Black Ribbon

“ดี เอช เอ สยามวาลา” ผู้นำตลาดสินค้าเครื่องเขียนรายใหญ่ของไทย เร่งขยายโอกาสรับตลาดส่งออก AEC ทุ่มงบ 600 ล้าน ผุดอาคารคลังสินค้าใหม่ หลังเร่งปรับปรุงโรงงานฟื้นไลน์ผลิต 100% พร้อมเล็งยอดขายปีนี้ 2.7 พันล้าน

นายสุหฤท สยามวาลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี เอช เอ สยามวาลา จำกัด (DHAS) ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องเขียน เครื่องใช้สำนักงาน รวมถึงบริการงานสินค้าที่เกี่ยวข้องชั้นนำของไทย เปิดเผยเกี่ยวกับแผนการบริหารงานและการดำเนินธุรกิจว่า ในปีนี้บริษัทฯ มีแผนดำเนินการลงทุนครั้งใหญ่ ด้วยการทุ่มงบลงทุนกว่า 600 ล้านบาท สำหรับใช้ในการก่อสร้างอาคารคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ บนพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร บริเวณถนนพหลโยธิน โดยมีจุดประสงค์เพื่อรองรับตลาดการส่งออกในอนาคต ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับโครงการก่อสร้างดังกล่าว ถือเป็นอาคารคลังสินค้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจากคลังสินค้าเดิม 2 แห่ง ทั้งในพื้นที่ถนนกิ่งเพชรและนวนคร ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการได้ภายในช่วงกลางปี 2556 ซึ่งเป็นการยกระดับความสามารถในการตอบสนองการขยายกลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะตลาดอา เซียน รวมถึงตลาดยุโรป ซึ่งในปัจจุบันมีการส่งออกไปยังประเทศต่างๆกว่า 27 ประเทศทั่วโลก

“ที่ผ่านมา นับว่าโรงงานผลิตสินค้าของบริษัทฯได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อ ปลายปีที่ผ่านมาค่อนข้างมาก ทั้งยังเสียโอกาสทางการขายและในส่วนแบ่งทางการตลาดกลุ่มแฟ้มตราช้างลดลงถึง 10-20 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 70 เปอร์เซ็นต์ นับว่าเป็นสิ่งที่บริษัทฯต้องมีการเตรียมแผนที่จะฟื้นส่วนแบ่งตลาดในจุดนั้น กลับคืนมา ในภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้น” นายสุหฤทกล่าว

ปัจจุบันโรงงานและคลังสินค้าของบริษัทฯ ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะและนิคมอุตสาหกรรมนวนคร สามารถเปิดไลน์ผลิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่าน มา โดยบริษัทฯได้มีการใช้งบประมาณกว่า 400 ล้านบาท สำหรับใช้ในการปรับปรุงระบบต่างๆ รวมถึงการนำเข้าเครื่องจักรใหม่จากต่างประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการขับเคลื่อนแผนธุรกิจเชิงรุกในครึ่งปีหลัง บริษัทฯ จึงได้มีการเตรียมงบประมาณอีก 100 ล้านบาท เพื่อดำเนินนโยบายพัฒนารูปแบบสินค้าให้สามารถตอบสนองรสนิยมผู้ใช้ในปัจจุบัน ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป โดยได้มีการปรับองค์กรใหม่ให้มีการบริหารงานเป็นหน่วยงานธุรกิจ ซึ่งจากเดิมที่เป็นในรูปแบบของการบริหารการตลาดตามไลน์สินค้า ซึ่งเป็นการเดินหน้าปรับองค์กรครั้งใหม่ในรอบกว่า 20 ปี

ซึ่งจะมีการเปิดตัวในรูปแบบของภาพยนตร์โฆษณาผ่านโทรทัศน์และโซเชียลเน็ต เวิร์ก สร้างการรับรู้ว่ามีสินค้าหลากหลาย กระตุ้นให้เกิดการทดลองและสร้างประสบการณ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของผลิตภัณฑ์ยอดนิยมอย่าง สินค้าแบรนด์ “ควอนตั้ม” โดยอนาคตจะขยายไปยังไลน์สินค้าอื่นๆ อาทิ สมุด แฟ้ม ตลอดจนเซ็กเมนต์ใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลิตภัณฑ์สินค้าแบรนด์ช้าง ที่อยู่ในกลุ่มตลาดมานาน บริษัทฯ ได้มีการปรับภาพลักษณ์ให้มีความสดใสเพิ่มมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมานับว่าได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าดีมาก รวมถึงล่าสุดยังได้สินค้าดีไซน์ใหม่ๆ และแคมเปญใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนแผนการลงทุนในอนาคต บริษัทฯ ได้มีความสนใจที่จะดำเนินธุรกิจในรูปแบบของการร่วมทุนกับนักลงทุนท้องถิ่น เพื่อตั้งโรงงานประกอบแฟ้มในประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ลาว พม่า เวียดนาม โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงกลางปี 2556 จากที่ก่อนหน้านี้บริษัทฯได้ร่วมทุนกับนักลงทุนท้องถิ่นเพื่อตั้งโรงงาน ประกอบแฟ้มในประเทศกัมพูชาและโปแลนด์ เมื่อช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้เมื่อช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ทำการก่อสร้างโรงงานประกอบแฟ้มแห่งใหม่ในประเทศจีน โดยมีการลงทุนเฟสแรกอยู่ที่ประมาณ 40 ล้านบาท จากปัจจุบันถึงกลางปี 2556 และยังเตรียมงบประมาณอีกกว่า 100 ล้านบาท เพื่อเพิ่มเครื่องจักรและกำลังการผลิต ในอนาคตที่มีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ก็จะเป็นศูนย์กระจายสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม โดยมีผลทำให้การค้าการลงทุนระหว่างชาติสมาชิกในสมาคมอาเซียนและประเทศคู่ค้า มีลักษณะเป็นเสรีมากขึ้นล

ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายจากการส่งออกสินค้าของบริษัทฯและการทำตลาดในประเทศ อยู่ที่สัดส่วน 30 : 70 ซึ่งในอีก 10 ปีข้างหน้าสัดส่วนจะเปลี่ยนเป็น 70 : 30 เนื่องจากตลาดมีการขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะโอกาสในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และล่าสุดบริษัทฯก็ได้มีการตั้งทีมการตลาดเพื่อรองรับการแข่งขันในประเทศที่ มีแนวโน้มสูงขึ้น จากแบรนด์ต่างประเทศที่จะเข้ามามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากการที่บริษัทฯปรับรูปแบบการบริหารในครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้แต่ละหน่วยธุรกิจสามารถส่งออกสินค้าได้อย่างอิสระมากขึ้น ทั้งในด้านของความคล่องตัวในการทำงาน จะเห็นได้จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า ตลาดการค้าผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนในภูมิภาคอาเซียนมีการเติบโตสูงขึ้นกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ทำให้บริษัทฯมีสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งแบ่งสัดส่วนออกเป็น กลุ่มตราช้าง 50 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มปากกาควอนตั้ม 20 เปอร์เซ็นต์ และกลุ่มเครื่องเขียนมาสเตอร์อาร์ต จำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ โดยมีการเติบโตอยู่ที่ 5-7 เปอร์เซ็นต์ เทียบเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 2,700 ล้านบาท